Showing posts with label บันทึกว้าวุ่น. Show all posts
Showing posts with label บันทึกว้าวุ่น. Show all posts

Thursday, 26 August 2010

ทุ่มเท

พวกเราทุ่มเทเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน
พวกเราทุ่มเทเวลาหลายวันต่อสัปดาห์
พวกเราทุ่มเทเวลาหลายสัปดาห์ต่อปี
พวกเราทุ่มเทเวลาหลายปี เพื่อพวกคุณ


เพื่อให้คุณบางคน มาบอกกับเราว่า..
"โทษทีครับพี่ ติดงานมหาลัยครับ"


ถ้างั้นไม่บอกกับพวกเราตั้งแต่ 2-3 ปีที่แล้วล่ะครับ!
จะได้ไม่ต้องเสียทั้งเวลา และความรู้สึก ..


เรารักค่ายเลขเหมือน ๆ กัน
แต่จริง ๆ แล้วเราไม่เคยรักมันในแบบเดียวกัน
เพราะอย่างน้อย พวกเราที่เหลืออยู่.. จนถึงวันนี้
ก็ไม่เคยทอดทิ้งสิ่งที่พวกเรารัก อย่างที่พวกคุณบางคนทำ..


แด่.. คนที่เคยเป็นน้องกุ

Friday, 11 December 2009

เมื่อรู้..

เคยรู้สึกว่ามึงกำลังทำเรื่องที่ผิด
แต่มึงหยุดมันไม่ได้บ้างหรือเปล่า..










กุรู้อยู่แก่ใจ..
ว่ามันเป็นอะไรที่แย่มาก


นึกไม่ออกเลยว่า
ว่าจะมีอะไรที่แย่และน่าละอายกว่านี้.. ได้อีก


แต่กุหยุดมัน ด้วยตัวกุเองไม่ได้
จริง ๆ แล้วกุเลือกที่จะไม่หยุดมันมากกว่า


เพราะ กุก็ยังเป็นกุคนเดิม


กุคนเดิม ที่เลือกเสี่ยงกับใจคนอื่น
กุคนเดิม ที่เลือกความจริง.. เกินไป


กุคนที่คิดว่า มึงจะเข้าใจ
กุคนที่คิดว่า มึงจะทำเพื่อกุเหมือนที่กุเป็น


แต่นั่นแหล่ะ..
ความเป็นกุ  มันเหนือกว่าที่มึงจะเข้าใจ และยอมรับได้


กุเสียใจ
ที่มันทำให้มึงเกิดความรู้สึกแย่ ๆ
แต่ต่อให้เลือกได้อีก ก็เหมือนเดิม เพราะนี่คือตัวกุ


กุถึงบอกว่า เมื่อรู้ ย่อมต่าง
ไม่มีทางที่มันจะเหมือนเมื่อตอน ไม่รู้












ไม่มีทางเหมือนเดิม..

Sunday, 2 August 2009

ผิด

 มึงทำให้กุรู้ว่า..



เรื่องบางอย่าง วันนี้ไม่ผิด
แต่วันหน้าเราอาจตระหนักได้ว่า จริงๆแล้ว มันผิด



ความสำนึกในความผิด
เป็นความทุกข์ที่กัดกร่อนชีวิตมาก อย่างนึง



ความผิดที่ไม่ได้รับการให้อภัย
มันเป็นอีกขั้นของความทุกข์



ไม่มีโอกาสครั้งที่สอง สำหรับบางอย่าง



กุไม่อยากเจอสายตาของมึง
สายตาที่บอกว่า "ไม่มีวันเหมือนเดิม"



สายตาที่บอกว่า มึงยังไม่เคยลืม
เรื่องเลว ๆ ที่กุทำ



สายตาที่บอกว่า
เรื่องดี ๆ ที่กุทำ ไม่เคยมีค่า




กุเสียใจ กุอยากขอโทษ
แต่กุไม่ได้อยากให้มึงยกโทษให้






ความจริงกุอยากให้มึงสมองกระเทือน
แล้วลืมไปเลยว่าเคยรู้จักกัน




มึงจะได้มีความสุข
ที่ชีวิตนี้เหมือนไม่เคย รู้จักคนเลวอย่างกุ



ถึงมันจะเป็นจริงขึ้นมา



กุก็ยังคงเป็นทุกข์ และเสียใจ
กับความผิดที่กุทำไปแล้ว อยู่ดี



เพราะคงไม่มีวัน ที่มึงจะยกโทษให้กับคนอย่างกุ

Thursday, 16 July 2009

เมื่อวาน

เมื่อวาน กุได้เจอคน ๆ นึง
คนที่กุอยากเจอมานานทีเดียว



คำพูด และความคิดที่เคยตั้งใจว่า
ถ้าไปเจอกันเมื่อไร จะพูดออกไป
กลับไม่ได้บอกแม้แต่สักคำ



ก็ดีแล้ว ที่ไม่พูดไป
เพราะกุรู้ตัวดี จากนาทีที่เจอหน้ากัน



ถึงตอนนี้ กุเป็นเพียงเมื่อวาน
เมื่อวานของมัน



ทุกอย่างแม่งเหมือน
ฝุ่น ควั











ไร้ค่าจริงๆ
ตัวกุ..

Tuesday, 9 June 2009

หนึ่งขวบ


แจ๊ซของเราก็อายุครบ 1 ขวบแล้ว
ขอขอบคุณ คุณพ่อ คุณแม่ ที่ออกสตางค์ ผ่อนให้ด้วยนะครับ
( ด้วยเงื่อนไขนานา ประการก็ตามที T-T )

ฉลองครบหนึ่งขวบด้วยการเข้าอู่ T-T 
โดนไอ้คนจีนขับมาชน ด่าไม่ออกเลย

แต่ก็ยังดีที่คุยกันได้ด้วยภาษาอังกฤษ
แต่ก็จะได้รับรถวันนี้แล้ว จะได้กลับบ้านเสียที

ปีที่แล้วออกรถมาก็ได้ไปรับพี่แพะ (ในรูป)
ปีนี้เอารถออกจากอู่ก็ได้ไปรับพี่แพะอีก

เวลาหนึ่งปีนี่ 
นานจัง..

Saturday, 6 June 2009

ด้านหน้า..

วัฟเฟิลโคตรหอม ที่BTSอนุสาวรีย์ฯ
กุไปยืนต่อแถวดมกลิ่มมันอยู่นานสองนาน


กุไม่ได้อยากกินวัฟเฟิล
แต่คิดว่าจะซื้อไปฝากเพื่อนเมทกุ ของชอบของมัน


คู่รักข้างหน้ากุ เลือกวัฟเฟิลรสนั้นนี้ อย่างสนุกสนาน
เออ บรรยากาศเกาหลีดี เพิ่มความหวานมันขึ้นมาอีก30%


คู่รักจากไป..
อีเจ๊ ที่ไหนไม่รู้ มายืนอยู่ด้านหน้ากุแล้วบอกว่า
อัลมอนด์ หกชิ้น ไอ้นู่นนี่อีกสามชิ้น


อ้าว..
อัลมอนด์ ที่ควรจะเป็นของกุ โดยที่กุไม่ต้องรออบใหม่
ก็หมดไป...


แต่อีเจ๊ ก็ไม่ได้สมปรารถนาง่ายๆ
เพราะอัลมอนด์มีแค่5


แต่อีเจ๊ก็รอ ด้วยความด้านหน้า.. อย่างกระมิดกระเมี้ยน


ทำเป็นดูนาฬิกา ให้กุยกโทษให้กับความด้านหน้า
ทำเป็นลุกลี้ลุกลน คันในความด้านหน้าของตัวเอง


และไม่หันมาสบตากุเลย ในเวลาเกือบสามนาที
กุงง..


คนเรา เป็นอะไรกันไปหมดแล้ววะ
ไม่ต้องพูดถึงความสำนึกผิดถูกนะ


แค่นึกว่า การที่เราได้อะไรมาสักอย่าง อย่างที่มันควรจะเป็น
ไม่ทำให้ใครเดือดร้อน เราเองก็สบายใจ


ถูกป่ะ?


พอเราได้ใช้ ได้กิน ไอ้สิ่งนั้น เราก็สบายใจ มีความสุข
อย่างที่มันควรจะเป็น


ไม่ใช่เหรอ?


แล้วอีเจ๊นี่ ทำไมเลือกทางที่มันทรมานตัวเองงี้วะ
มายืนด้านหน้า ให้กุส่งกระแสอาึฆาตใส่อยู่ได้


จากวัฟเฟิลหอมๆ กลายเป็นวัฟเฟิลคุณไสยไปเลย
อร่อยป่ะเนี้ยยยย เวลากินเนี่ย...


จะว่าน่ะก็ว่าได้อยู่
จะไทย ญี่ปุ่น ฝรั่ง ก็ทำมาหมดแล้ว


แต่ที่ไม่ได้พูดไป เพราะกุงงมาก..
ไอ้การด้านหน้าแบบนี้ แม่งออกดอก ออกผล
งอกเงยมาเป็นอะไรบ้างวะเนี่ย


กุไม่เข้าใจ
เลยจริงๆ..

Tuesday, 5 May 2009

ไม่ใช่

วันนั้นกุนอนไม่หลับ

กุไม่รู้ทำไม
กุรู้แค่ว่า กุคิดมาก

กุไม่รู้ว่าทำไม
กุรู้แต่ว่า อะไร

กุว่ามึงมีความสุขดี
กุอยากมีบ้าง

กุว่ากุมีไม่ได้
แต่ไม่รู้่ว่าทำไม

เวลามึงมีความสุข
กุก็มีความสุข

แต่ครั้งนี้มึงมีความสุข
กุกลับรู้สึกเศร้ากับตัวกุเอง

กุเปรียบเทียบ
ตัวกุเองกับมึงเป็นครั้งแรก

กุไม่ได้อิจฉามึง  ถึงกุจะพูดว่าแบบนั้น
กุรู้สึกยินดีกับมึง มากเท่ากับที่กุสงสารตัวเอง

ไม่ใช่ว่า กุจะมีไม่ได้ ทำไม่ได้
แต่กุรุ้อยู่แล้วลึกๆว่า






นั่นน่ะ มันไม่ใช่







กุไม่รู้ทำไม
กุว่า..

จริงๆแล้ว
กุไม่ได้อยากจะมีความสุขหรอก

Thursday, 5 March 2009

5บาท

สมมุติว่า
คุณอยู่ในรถตู้คันหนึ่ง




ค่าโดยสารคนละ 25บาทตลอดสาย
คุณจ่ายไปตามจำนวน ทุกคนจ่ายหมด




แต่พอนับดู เงินขาดไป 5 บาท..!




ถ้าคุณเป็นคนขับคุณจะเลือก...
ก.ช่างมัน
ข.ทวงอีกห้าบาท
ค.คืนเงินและ...จอด



ถ้าคุณเป็นผู้โดยสารคุณจะเลือก..
ก.ช่างมัน
ข.ช่วยทวงอีกห้าบาท
ค.ควักให้เขาไปอีกห้าบาท



แต่กุดันเจอกับตัวเอง
มันเป็นเหตุการณ์ที่น่าสนใจมาก
ที่เงินห้าบาททำให้คนทั้งรถเครียด กันได้ขนาดนี้



ตอนที่ทุกคนรวมเงินให้คนขับ
คนขับก็ขับเควี่ยมาก ตอนส่งเงินกันเกือบครบแล้ว
เหมือนเงินจะหล่น แล้วก็ก้มเก็บกันจนครบ
แต่สุดท้ายแล้วมันก็ไม่ครบ...






ขาดไป ห้าบาท







คนขับเลือก ที่จะทวง แล้วตามด้วยด่า
แล้วตามด้วยคืนเงิน เพื่อ?



แต่เจ๊คนสวยที่นั่งข้างหน้าผม ควักจ่ายให้
คนขับรับเงินมานับอย่างสบายใจ แล้วก่นด่า เรื่องเงินนั้น
แต่คนขับก็ยังขับรถเควี่ยๆ เหมือนเดิม



คนนั่งก็รู้สึกเหมือนโดนโกง กุจ่ายไปครบแล้ว
แล้วทำไมกุต้องจ่ายอีกด้วย



คนขับก็รู้สึกเหมือนโดนโกง แม่งนั่งกันเฉย
มาโกงกุกันทำไม



แต่เจ๊คนสวย คงคิดว่า ถ้าห้าบาทยุติทุกอย่างได้
กุยอมเสียรมณ์โดนโกงคนเดียว แต่เสียสละ ควักจ่ายให้ก็ได้





กุว่าคนขับแม่งโกง
เพราะแม่งเอาเงินจากเจ๊คนสวยไปอีกห้าบาท
ทั้งๆที่เขาจ่ายครับแล้ว





แต่ถ้าคนขับไม่เอาเงิน
กุก็ว่า ไอ้พวกคนนั่งแม่งโกง (กุด้วย)
แต่สุดท้ายคนขับแม่งก็เอา




แต่กุว่าทุกคนแม่งโกง
ยกเว้นเจ๊คนสวย





เป็นอันสรุปได้ว่า ในรถนี้ทุกคนคิดว่า
ใครเสียประโยชน์ก็ได้ แต่ต้องไม่ใช่กุ






กุว่าโลกนี้มันคงดี ถ้ามีคนอย่างเจ๊คนสวยนี่เยอะๆ






แต่กุว่าที่โลกนี้มันเป็นแบบนี้อยู่
ก็เพราะมีแต่คนคิดว่าตัวเองโดนโกง ไม่เสมอภาค
พอมีโอกาสจะหาประโยชน์ให้ตัวเองได้ เลยตักตวงกันใหญ่เลย
โดยไม่สนว่า ไอ้สิ่งได้มานั้น มันมาจากความไม่ยุติธรรมหรือเปล่า
มันมาจากการเอารัดเอาเปรียบคนอื่นอยู่หรือเปล่า





กุเพิ่งเข้าใจนี่แหล่ะว่า...
จะนักการเมืองการแม้ว
หรือคนที่ด่านักการเมือง









แม่งก็ชอบทำสันดานเหมือนๆกัน







ป.ล.2 หลังลงจากรถ กุได้ไปซื้อไก่ทอด แม่ค้าสับให้ แล้วเผอิญ...มันกระเด็นลงจากเขียงไปชิ้นนึง กุเสียดายมากกกกก เพราะกุอยากกินตรงนั้นพอดี แต่กุก็คิดว่าไม่เป็นไร มันอันนิเดียวเอง แม่ค้าแกยิ้มๆ แล้วหยิบไก่ทอดชิ้นเล็ก (ที่มันใหญ่กว่าชิ้นที่ตกเขียงไปมากๆ) ใส่ถุงให้กุ โอ้...กุรักแม่ค้าขึ้นทันที

ป.ล.1 กุขอด่าไอ้คนขับหน่อย หยาบคายมาก รับไม่ได้ข้ามไปเลยนะครับ ทำไมมึงไม่คิดบ้างล่ะว่า ที่เงินมันไม่ครบ เพราะมึงขับเควี่ยมากๆ ถ้ามึงไม่ขับแบบนั้น เงินแม่งไม่หายหรอก ถ้ายี่สิบบาทยอมจ่าย จะงกทำแม้วไรวะ ห้าบาท ฟาย แล้วมึงก็ทำให้ทุกคนรู้สึกผิด ว่าโกงมึง แต่มึงขับรถเควี่ยจริงๆ ถ้ากุเป็นสิบล้อหนึ่งในหลายๆคันที่มึงตีไฟใส่นะ กุถอยมาชนมึงแล้ว แสรด รถเข้าซอย ก็วิ่งได้ทีละคัน แล้วมึงจะตีไฟให้เขาหลบมึงยังไง ให้ไปวิ่งบนกบาลแ่ มึงเหรอ แสรดดดดดดดด 

Wednesday, 14 January 2009

ช่วงนึง

ช่วงนี้ห่างหายจากบล็อกไปนานมาก
ด้วยความยุ่งจากงาน และเรื่องรอบตัว

ตอนนี้หายยุ่งไปบ้างแล้ว แต่ความสุขอุ่นๆ
ที่กรุ่นอยู่ ทำให้เราไม่อยากจากมันไปทำอย่างอื่น
(เป็นข้ออ้างของการไม่เขียนบล็อก 55)



บล็อกวันนี้
ขอเป็นเพียงบันทึกเหตุการณ์ช่วงนี้ไว้สักหน่อย

สุขในเรื่องงาน
งานคืนสู่เหย้าที่ผ่านไป ประสบความสำเร็จด้วยดี
ได้ใช้ความสามารถของตัวเอง ในสายของตัวเองเต็มที่
งานนี้ให้อะไรกับเรามาเยอะ แต่แย่ตรงที่
ไม่ค่อยมีเวลาให้ที่บ้านเลยช่วงนั้น

สุขเรื่องคนรอบตัว
มีเพื่อนใหม่
ที่กำลังจะกลายมาเป็นเพื่อนสนิท
ที่น่าจะสำคัญกับตัวเรามากในหลายปีข้างหน้านี้


มีรุ่นน้องน่ารักๆ เพิ่มขึ้นสองรุ่น
คงมีโอกาสได้พบปะ สังสรรค์กันอีก ตามวาระ


ใช้เวลากับเพื่อนเก่า
สร้างความสัมพันธ์ให้ก้าวหน้าไปมากกว่าเดิม
มองเห็นอะไรๆ ที่เคยมองผ่านๆ
เจออะไรดีๆ ที่เคยมองข้ามไป


เที่ยวกับเพื่อนรัก
เวลาดีๆ ที่อยากให้มันยาว ไปอีกนานๆ
ไม่ได้ลุย ไม่ได้เปี้ยว เหมือนวัยรุ่น
แต่กลับลึก คุ้มและรู้สึกดีกว่าที่เคยๆ




มากกว่านี้ ยังไม่เคยเจอ
แต่ตอนนี้ อบอุ่นที่สุดในชีวิตแล้ว :)

Thursday, 4 December 2008

ปรากฏการณ์

 "เฮ้ย มึงเห็นยังๆ"

"แปลกดีว่ะ"

"พี่ๆ ออกไปดูดิ"

"เฮ้ยๆ ดาวมันสว่าง"

"แม่ นอนรึยัง ข้างนอกเห็นพระจันทร์ไหม"

"ป๊าๆ ออกไปที่หน้าต่างเร็วครับ"

"น่ารักๆ เดี๋ยวพี่โทรหาเขาก่อน เดี๋ยวมันหาย"

"เฮ้ย กุเห็นแล้ว"

"อ้าว กุกำลังโทรหามึงพอดี"

...
.....






กุขอเรียกเหตุการณ์ในวันนั้น
ที่ทำให้ความคิดถึง มีโอกาสเดินทางถึงกัน ว่า
ปรากฏการณ์พระจันทร์ยิ้ม

Tuesday, 28 October 2008

เพื่อนเก่า

ช่วงอาทิตย์ที่แล้ว
เป็นสัปดาห์แห่งการเก็บกวาดหนังสือเก่า

ทั้งหนังสือ การ์ตูน นิตยสาร ฯลฯ
หนังสือเล่มแล้ว เล่มเล่า
ผ่านตา ผ่านมือ เดินทางลงกล่อง
ทุกล่มต่างมีปลายทางของมัน

บางเล่มแค่เห็นปก เนื้อหาของมันก็แจ่มชัด
เหมือนกับเพิ่งอ่านมันอยู่เมื่อวานนี้

บางเล่ม ถืออยู่นาน สองนาน
กลับไม่นึกคุ้น ทั้งที่เป็นหนังสือเล่มโปรด

จนต้องเปิดอ่านกันเสียหลายหน้า
เพื่อระลึกความหลังกันเสียหน่อย

เพื่อนดี ก็เหมือนหนังสือเล่มโปรดบนชั้น
ถ้าไม่หยิบ ไม่จับ ความทรงจำ ความประทับใจ
ก็บางเบา เลือนลาง ตามกาลเวลาและระยะห่าง

เพียงแต่หยิบขึ้นอ่านครั้งใด
กลับรู้สึกมีความสุขอย่างบอกไม่ถูก







ได้พบ ได้สัมผัส ได้พูดคุย
กับเพื่อนเก่าที่คุ้นเคย

อะไรเก่าๆ ในช่วงเวลาใหม่
มันอบอวล อบอุ่น อย่างบอกไม่ถูก :)



ป.ล. แรงบันดาลใจจากการเก็บการ์ตูนBOOMรายสัปดาห์ไปชั่งโลขาย แล้วนึกถึงต้น เพื่อนคนที่เราไปยืมการ์ตูนมันอ่านอยู่บ่อยๆ สองวันถัดมา เจอมันโดยบังเอิญ... ยังกับถูกหวยเลยตอนนั้น รุ้สึกดีจริงๆ 
ป.ล.2 วันถัดมา ได้เจอรุ่นน้องสุดซี้สองคน ทั้งที่ไม่คิดว่าจะเจอ ดีใจแทบกอดกันตาย เยี่ยมจริงๆ ความรู้สึกแบบนั้นเนี่ย!

Monday, 15 September 2008

"แก่"

ผ่านไป ผ่านมา อายุ 20 กว่าเสียแล้ว
เริ่มคิดถึงคำว่า "แก่"

หลายคน(ที่แก่กว่า) คงจะก่นด่าในใจว่า
แค่ยี่สิบกว่าจะมาบ่นว่าแก่ ทำหาเขียด กบ ปู ทำไม


เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า


เริ่มรู้สึกว่าตัวเองมีภาระ
เริ่มรู้สึกว่ามีแต่คนเรียกพี่
เริ่มรู้สึกว่าต้องทำงาน หาเงิน
เริ่มรู้สึกว่าพ่อแม่ควรจะพักให้มากกว่านี้
เริ่มรู้สึกว่าอยากมีครอบครัว


เริ่มรู้สึกว่า ฯลฯ


เลยเริ่มรู้สึกแล้วจริงๆว่า เริ่มจะแก่แล้วนะ
ต้องเปลี่ยนชีวิตแล้วนะ
ต้องหาอะไรทำในอีกรูปแบบนึงได้แล้วนะ


ตอนนี้ก็ ตั้งใจเรียน ตั้งใจทำงาน ใช้เวลาไร้สาระน้อยลง
อยู่กรุงเทพ 4 วัน อยู่แปดริ้ว 3 วัน
แบ่งชีวิตเป็นสองส่วน ครอบครัว การงาน และเรื่องส่วนตัว


อิสระที่หายไป และ หน้าที่ภาระที่เพิ่มขึ้น
เหนื่อยมาก...


แต่ถ้าปรับตัวได้ ปรับใจได้
ก็คงจะชิน แล้วดีขึ้นเอง








สิ่งดีๆ มันคงมา
เมื่อเวลาที่เหมาะสมมาพบกับความพยายามที่มากพอ

เอาใจช่วยคนที่กำลังแก่ทั้งหลายนะครับ ฮ่าๆ

Saturday, 7 June 2008

TaXi

บันทึกบทสนทนาในแท็กซี่สีเหลืองคันหนึ่ง...



เขา: เมืองเอกเหรอครับ งั้นรู้จักแล้วครับ


ผม: ทำไมถึงได้รถสีเหลืองล่ะ ต้องจอง บ.ไหนเหรอ?
เขา: อ๋อผมดาวส์มาเลยครับ ตอนแรกสีอื่น แต่ผมไม่ชอบ
เลยให้ทำสีไป หมื่นกว่าบาท
ผม: (แล้วมึงจะทำ ทำหาไรเนี่ย...)



ผม: ขับรถมานานยัง
เขา: ถ้าแท็กซี่นี่ สองเดือนครับ
ผม: ....


ผม: แล้วไปทำใบขับขี่ที่ไหนล่ะ
เขา: อ๋อ ซื้อมาครับ จาก...บ้านผมเอง
ผม: ....



เขา: วันนี้ผมลืมมือถือมาด้วย แฟนผมให้กลับก่อนสองทุ่ม
ดูแล้วจะขอยาวหน่อย ค่ำๆ ได้คนเยอะ
ผม: เอามือถือพี่ก็ได้
เขา: ผมเกรงใจครับ


ผม: เอาเหอะๆ ใช้ได้ แต่ถึงก่อนแล้วโทรละกัน เดี๋ยวปิงปองมา
เขา: ไม่เป็นไรพี่ เปิดโฟนก็ได้ ถือคุยก็ได้แป๊บๆเอง
ผม: ... (ตะกี้เสือกบอกไม่เอา)


เขา: บลาๆ (กับแฟน)
เขา: ขอบคุณมากครับพี่ ผมเกรงใจมากเลย เดี๋ยวผมลดค่ามิเตอร์ให้นะครับ


ไม่นานหรอก คงจะเกรงใจจริงๆ ท่าทางเมียดุเลยต้องโทร 55
ตอนหลังแฟนไอ้น้องโทรมาเข้าเครื่องเราอีก ถามว่าพี่ลงจากรถเขาไปยัง
ขอคุยหน่อยค่ะ

เนื้อหามีอยู่ว่า มีคนมาขโมยราวตากผ้าไป... -_-"

ราวตากผ้าแม่งยังเอาอีก แสรด ไรเนี่ย...กูงง
แล้วก็เรื่องแม่เขามา เลยอยากให้แฟนรีบกลับบ้าน ประมาณนี้
(อย่าถามว่ากุรู้ได้ไง ก็กูได้ยิน โดยไม่เจตนานะแซ๊ดดดดส์)





แต่สุดท้ายก็ขับพากุมาถึงบ้านจนได้ ความจริงมันขับเก่งกว่าเราเยอะ
คุยกันมาเยอะ ได้ความว่า อายุ 23 อายุเท่าเราเลย
มีลูกแล้วคนนึง แม่เลี้ยงอยู่ ตจว แฟนกับไอ้น้องเนี่ย ทำงานใน กทม

ถามว่าทำไมถึงมาขับรถ บอกว่าค่าใช้จ่ายมันไม่พอ
จบม.หกมา ทำงานบริษัทได้เงินเดือนมากสุดก็แปดพันกว่าๆ
ขับแท็กซี่ได้มากกว่าเยอะ อย่างต่ำก็วันละห้าร้อย

มีรถเป็นของตัวเอง ตั้งใจส่งรถหมด มีโครงการซื้อปิ๊คอัพ
ทำงานอย่างอื่นต่อๆไป มีโครงการเล็กๆว่า รับคนบ้านเดียวกัน
กลับบ้าน แล้วคิดค่ารถเขาถูกๆหน่อย พอเป็นค่าน้ำมันได้

สรุปว่าที่ขับแท็กซี่เพื่อหาทุนก้อนนึงนี่แหล่ะ






เออ...อายุแม่งเท่าเรา เรียนน้อยกว่าเรา มีเงินน้อยกว่าเรา
แต่ชีวิตมันดูมีสาระเยอะกว่าเรามากเลย



มันรู้สึกเหมือน เจอเพื่อนดีคนนึง
อยากให้ไอ้น้องนี่มันได้ดีนะ กับสิ่งดีๆ ที่เขาคิด ที่เขาทำ
มันสมควรจะได้นะ รู้สึกแบบนั้น




คนที่จนกว่าเรา คนที่ด้อยกว่าเรา
ใช่ว่าเขาจะต้องเลว คอยเอารัดเอาเปรียบเรา

ยังมีคนดีๆ อีกเยอะ จริงๆว่ะ

Wednesday, 4 June 2008

ภาพถ่าย

ประกาศไว้อาลัย
แด่ภาพถ่ายดิจิตอล ทั้งหมดของข้าพเจ้า

ภาพถ่ายทั้งหมดได้เดินทาง สู่ความสงบไปแล้ว
โดยที่ข้าพเจ้าไม่ทันได้ตั้งตัว และสำรองข้อมูลไว้เลย

ไม่ว่าความสูญเสียครั้งนี้
จะเป็นสาเหตมาจากข้าพเจ้า หรือคอมพิวเตอร์

มันก็ทำให้ข้าพเจ้าได้บทเรียนครั้งใหญ่ T-T









"อดีต ไม่อยู่กับเรานาน..."

Tuesday, 18 March 2008

omoide

สามปีครึ่ง กับตัวเอง
ทุกอย่างผ่านไป คล้ายจะช้า คล้ายเร็ว

สามปีครึ่ง ในห้อง ที่ไม่ใช่บ้าน
สามปีครึ่ง ในสถานศึกษา ที่ไม่ใช่โรงเรียน
สามปีครึ่ง ในหมู่คน ที่ไม่ใช่เพื่อน

คน ที่ไม่ใช่คนของเรา
สถานที่ ที่ไม่ใช่ที่ของเรา

เรารอคอยตอนจบของมันมาเนิ่นนาน
วันนี้ตอนจบนั้นได้มาถึง อย่างสมบูรณ์แล้ว...






แต่เรากลับ ไม่อยากให้มันจบเสียแล้วล่ะ


เพราะตอนนี้ ช่วงเวลาสามปีครึ่ง
มันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตเราไปเสียแล้ว

หนังสือเล่มเล็กๆ ที่หน้าปกเขียนด้วยภาษาญี่ปุ่นว่า OMOIDE
ที่แปล่วา ความทรงจำ (ในด้านดี)

ที่ระบายแต่งแต้ม ไปด้วยลายมือของเพื่อนทุกคน
ในเอกกราฟฟิก


แม้อะไรๆ มันจะมาช้าไปบ้าง
แต่ก็ดีใจ ที่ได้รู้ว่าการกระทำที่ผ่านมาของเรา มีค่ากับคนอีกหลายๆคน

คนเราคงไม่มีใครด้านชา ต่อความรู้สึกดีๆ ที่มีให้กัน
แต่แค่มันแสดงออกมาในรูปแบบ และโอกาส ที่ต่างกันเท่านั้นเอง

สามปีครึ่ง แห่งความทรงจำนี้
จะเป็นอีกหนึ่งในไม่กี่สิ่ง ที่เราตั้งใจจะรักษามันไว้เป็นอย่างดี
ขอบคุณทุกคนมากๆ

ป.ล.เรื่องมันยาวมากๆ เล่าย่อๆ วันนี้เป็นวันพิธีจบการศึกษา ระหว่างงานเลี้ยงเพื่อนมันก็เดินมาล้อมเรา ก็งง ทำไรกันวะ ปรากกฏว่ามันให้หนังสมุดเล่มนี้มา มีมินามิกับอาซามิ เป็นคนเลือกให้เราเอง จากสมุดโน้ตที่เป็นของสะสม แล้วเอามาให้เพื่อนๆ เขียนข้อความให้กับเรา โอ้...ซึ้งมาก ยังไม่จบแค่นั้น ตอนเย็นไปเลี้ยงกันต่อ กำลังได้ที่ เพื่อนๆ ก็โยนของขวัญมาให้แกะ แล้วบอกว่าเพื่อนในห้อง รวมเงินกันซื้อมาให้ เป็นชุดยูกะตะครบเซตพร้อมรองเท้า คือเราหาซื้อมานานแล้ว แต่มันหาไม่ได้ เพราะไซส์รองเท้า บวกกับไม่ใช่ฤดูที่จะใส่ชุดนี้ด้วย แต่มันหามาให้เราจนได้ วันนี้วันเดียว เปลี่ยนชีวิตเราเลยจริงๆ

Tuesday, 11 March 2008

ปิดโปรเจค

ปิดโปรเจคแล้ว
ขออนุญาติหนีเที่ยว 6 วันครับ

เดี๋ยวกลับมาแล้วจะอัพรูป และอื่นๆ ที่ดองไว้
ตั้งแต่เมื่อ กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว...

ออกเดินทาง สี่ทุ่มห้าสิบ ณ วันนี้

ป.ล.ขรชก ในวัง มาดูงานที่โรงเรีย ให้กับพระเจ้าหลานเธอฯ (ไม่ได้เสด็จมาด้วยนะครับ) ก็ไปต้อนรับ พูดคุยมาครึ่งวัน ทำงานฟรี เมื่อยดี แต่ได้พูดภาษาไทยด้วย ฮ่าๆ

Friday, 15 February 2008

วาเลนไทน์2008

บันทึกรักฉบับน่อยๆ

ความจริงไม่มีอะไรเลย ฮ่าๆ
แต่มาอัพเดทไว้สักนิดหน่อย

เป็นวาเลนไทน์ที่แสนวุ่นวาย เพราะต้องส่งโปรเจค
บ้านรกมากๆ เสื้อผ้ากองพะเนินที่รอซัก
จานที่รอล้าง ขยะที่รอเอาไปทิ้ง
และฯลฯ ที่รอจัดระเบียบ T-T

ความวุ่นวาย และรกรุ่งริ่งที่เกิดขึ้น
บวกกับอาการเจ็บตัวก่อนหน้านี้
ทำให้คิดถึงบ้าน คิดถึงแม่ ขึ้นมาจริงจังเป็นครั้แงรก

ลำบาก ในเวลาลำบาก มันเป็นแบบนี้นี่เอง




เรื่องงานก็สะสางกันไปแล้วหนึ่งยก
วันนี้ไปส่งอินโทรเปเปอร์
แล้วพรีเซนท์วันพรุ่งนี้ ก็จะจบยกแรก
จากนั้นก็รอเอาคำติ ไปปรับแก้งาน
เพื่อเตรียมไว้สำหรับวันจัดแสดงอีกที

กว่าจะถึงตรงนี้เล่นเอา กำลังกาย กำลังใจ กำลังภายในหมดสิ้นเลยทีเดียว
แต่ไม่เป็นไร อีกยกเดียว สู้ตายยยยยยย!

ป.ล.ได้ช็อคโกแลตวาเลนไทน์ตั้งสามชิ้นแน่ะ แต่เป็นช็อคโกแลตขอบคุณนะ ฮ่าๆ ก็ยังดีกว่าไม่ได้เลยล่ะวะ ;)

Tuesday, 5 February 2008

ซวย!

เมื่อวานนอนฟังเพลงอยู่ดีๆ เผลอหลับยันเช้า
น้ำไม่ได้อาบ ฟันไม่ได้แปรง ไม่ได้ห่มผ้าอีกต่างหาก
ตื่นมาน้ำมูกย้อยเลย หนาวสุดๆ

อาบน้ำแต่งตัวไปโรงเรียน
โต้ทกันหนาว ซิปค้าง กระตุกไปกระตุกมา
ด้วยความรีบ และรุนแรง ล่อซะพังเลย T-T

ซวยยังไม่พอ
ขี่จักรยาน แบกของ หูฟังก็ดันหลุดๆ
ก็เลยขี่มือเดียวแล้วเอื้อมมือมาใส่หูฟัง

เลยได้เอาหน้าไปโขกกับกำแพงปูนซะ
คางแตกเลย T-T

ขี่ก็ไม่แข็ง เจือกเสร่ออีก สมน้ำหน้าตัวเองจริงๆ
ไปโรงเรียนต้องไปซื้อพลาสเตอร์อันใหญ่ๆมาแปะคาง
อุบาทว์อย่างแรง...



ไม่ได้เจ็บตัว ไม่ได้แผลมาเสียนาน
รู้สึกแปลก.....

Monday, 28 January 2008

ใบไม้แดง 2007


รวมรูปใบไม้แดง จากที่ต่างๆ ในช่วงเดือน 11 ปี 2007 ครับ

ดูปีไม่ผิดหรอกครับ 2007 นี่แหล่ะ
(เพราะว่า นี่คือรูปดองอีกแล้ววววว -_-a)





......................................
แจ้งข่าวถึงพี่น้องกันสักเล็กน้อย
ขอหยุดอัพเดท สักระยะหนึ่ง เนื่องจากภารกิจการเรียน
กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ว่าจะจบหรือไม่จบ -_-"
(ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ก็โอเคแบบเฉียดฉิวแหล่ะครับ)

เหนื่อยมากกกกกก แต่ก็ต้องลุยให้สุดๆ
ยังไงก็ยกสุดท้ายแล้ว :)

Sunday, 27 January 2008

23 แล้วครับ

วันเกิดปีนี้ มีอะไรดีๆ เยอะเลย
อย่างแรก อายุครบ 23 แล้ว รู้สึกเริ่มกลัวจะแก่แล้วหุหุ

วันนี้ไปกินเลี้ยงส่งรุ่นพี่คนนึง ตอนแรกว่าจะไม่ไป
เพราะว่างานเยอะมาก แต่วันเสาร์ทำจนถึงดึกๆ
เลยพอไปได้ ก็เลยเปลี่ยนใจ

ไปถึงกินฟรีอีกต่างหาก พี่ปอยเลี้ยงให้ในฐานวันเกิด
แล้วทุกคนก็ร้องแฮปปี้เบิร์ทเดย์ให้ด้วย
มีคนแซวว่า เขินจนดำ ฮ่าๆ

เสร็จแล้วก็ไปต่อที่คาราโอเกะ ด้วยสมาชิกหกคน
(ที่เหลือแยกไปกินเหล้า และกลับบ้าน)
สนุกดี พี่เปี๊ยก กับพี่หลิง อู๋ แล้วก็แก๊งสามสาวของเป้

สนุกดี พี่เปี๊ยกแม่งร้องเพลงเก่ง เพราะอีก
ส่วนเราเหรอ ดันเลือกเพลงที่ร้องไม่ได้มาร้องเป็นเพลงแรก
ฉลองความหมีกันตั้งแต่ต้นเลยทีเดียว

วันนี้ได้คุยกับไอ้ชิน ไอ้วิฑูรย์ ไอ้พัด ไอ้แม้ว
เรื่องค้างคาก็หมดไปหลายเรื่อง จะมีอะไรดีขึ้นหรือเปล่า...ไม่รู้
แต่ที่แน่ๆ สบายใจมาก แค่นี้ก็พอแล้ว

อีกไม่นานก็จะกลับไทยแล้ว
อยากเริ่ม อยากทำอะไรดีๆ อยากให้ชีวิตมันดีขึ้นในทุกๆเรื่อง
อยากเต็มที่กับมัน ตั้งใจไว้มากเลยจริงๆ

ช่วงนี้ชีวิตมีความสุขมากครับ


ป.ล.ช่วงนี้หิมะตกบ่อยมาก หนาวนะว้อย อยากเล่นสกีด้วย แต่งานก็ยังไม่เสร็จ มีคนมาชวนก็อดไป เสียดายนะว้อยยยย ถ้าส่งงานเสร็จแล้วจะรีบไปเล่นทิ้งทวนทันที