Friday, 30 May 2008
Wellcom W828
มือถือตัวใหม่ของข้าพเจ้า ที่จะมาแทน HTC และ Moto
ที่พกอยู่สองเครื่อง เป็นลำบากกายายิ่งนัก
ให้คะแนนความคุ้มค่า 9.8/10 กันเลยทีเดียว
ส่วนคะแนนดีไซน์ภายนอก 7.5/10 พอไหว
ส่วนดีไซน์ภายใน...
เซ็ง
ไต้หวันหนอ ไต้หวัน
เลย์เอาท์ทั้งหลายแหล่ทำท่าเหมือนจะดี วางมาอย่างเป็นระเบียบสวยงาม
มาตกม้าตายตรงหน้ากากของหลายๆโปรแกรม
ที่โบราณ และเห่ยมากๆ อย่างโปรแกรมเล่นเพลง ดูหนัง เปิดภาพ (แทบจะทั้งหมดก็ว่าได้)
หรือสัญลักษณ์เคลื่อนไหวต่างๆ ที่สีจัดจ้าน และเคลื่อนไหวไปในแนว
เรื่องของกู ตัวของกู ไม่มีกลุ่มก้อน หรือพวกพ้อง สอดคล้องแต่ประการใด
กับโปรแกรมอื่นๆในเครื่องทั้งสิ้น
ปวดหัวกับการใช้บลูทูชอยู่บ้างกับซิมรอง แต่อีกไม่นานคงชิน
และเสียงที่เบาไปหน่อย แถมไม่มีปุ่มเร่งเสียงให้
แต่เจือกมีปุ่มเร่งเสียงกดปุ่ม เอามาทำหาวิมานอันใด...ปวดเกล้า
(เห็นว่าปัญหาเสียงเบาคาดว่าจะขจัดได้
จากการโทรหาศูนย์พรุ่งนี้ เดี๋ยวจะมารายงานอีกที)
คิดในแง่ดีว่า...
ดีไซน์รวมๆ อาจเมคขึ้นมาเพื่อสนองความต้องของเด็กแวนซ์เป็นหลัก
ด้วยตัวงานเครื่องที่ดูมีกิมมิก้อนโตมากๆ กับลำโพงคู่หลัง
และงานภายในของโปรแกรม ที่ดูจี๊ดจ๊าด แสบร้อนยิ่ง
ผู้ที่แสวงหาความเรียบ ล้ำ ลงตัว
และทนไม่ได้กับอะไรแบบนี้ ก็ผ่านมันไปเถิด
แต่ผู้ที่คิดถึงประโยชน์ใช้สอยของสองซิมเป็นหลัก
และไม่ซีเรียสกับอะไรที่ข้าพเจ้าบ่นมาทั้งหมด
ไปหาซื้อมาเลย เพราะมันคุ้มค่าสำหรับท่านแน่นอน
ป.ล.เป็นความเห็นส่วนบุคคลจากดีไซเนอร์คนนึง
สวัสดี
Monday, 19 May 2008
เข้าใจ
โลกกว้าง สอนเราให้รู้ว่า
คนมีหลากหลาย รูปแบบนัก
ความคิด การกระทำ จิตใจ นิสัย
ที่แตกต่าง
เราจึงยอมรับ และเรียนรู้
ในสิ่งที่เหมือน และแตกต่างจากเรา
และคิดเสมอว่า
เพราะความหลากหลายมันมี
ก็แค่รู้จักยอมรับมัน ก็จะดี
แต่อีกหลายคน ที่ไม่เข้าใจความต่าง
แต่ก็เป็นอีกหลายคนที่เรายังคงต้องอยู่ร่วมด้วย
ปล่อยวาง ทำความเข้าใจ
ให้กันบ้างได้ไหมครับ ผู้คนรอบข้างของผม
คนมีหลากหลาย รูปแบบนัก
ความคิด การกระทำ จิตใจ นิสัย
ที่แตกต่าง
เราจึงยอมรับ และเรียนรู้
ในสิ่งที่เหมือน และแตกต่างจากเรา
และคิดเสมอว่า
เพราะความหลากหลายมันมี
ก็แค่รู้จักยอมรับมัน ก็จะดี
แต่อีกหลายคน ที่ไม่เข้าใจความต่าง
แต่ก็เป็นอีกหลายคนที่เรายังคงต้องอยู่ร่วมด้วย
ปล่อยวาง ทำความเข้าใจ
ให้กันบ้างได้ไหมครับ ผู้คนรอบข้างของผม
Friday, 25 April 2008
คุณค่า
การมีชีวิตเพื่อผู้อื่นเท่านั้น ที่มีคุณค่าแก่การมีชีวิต
"Only a lived for others is a life worthwhile"
"Only a lived for others is a life worthwhile"
Tuesday, 15 April 2008
ของรัก
ช่วงเตรียมตัวกลับเมืองไทย จนกระทั่งกลับมาแล้ว
แทบไม่ได้เข้าเว็บฟอนต์เลย ไม่ได้สนทนากับเพื่อนๆในฟอนต์ผ่านตัวหนังสือเหมือนเคย
ด้วยเพราะ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และความไม่เอื้ออำนวยของสถานที่
ทั้งๆที่เมื่อก่อน จับคอมพิวเตอร์เป็นไม่ได้ จะต้องรีบเข้ามาอ่านนู่นอ่านนี่ทันที
แทบจะลงแดงตาย ถ้าไม่ได้วันไหนไม่ได้เข้าฟอนต์
พอเริ่มห่างมาระยะนึง ความรู้สึกมันเปลี่ยน
จากที่เราเคยคิด เข้าใจว่า ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา
ตัวเราเองก็เป็นส่วนนึงที่นี่
แต่ความรู้สึกนี้ มันยิ่งไกล ไกลออกไป
สิ่งที่เรารัก เคยรัก และยังคงรัก
ทำไมถึงเกิดความรู้สึกแบบนี้
ในสภาพแวดล้อมหนึ่ง เราให้ความสำคัญกับของสิ่งหนึ่งมากๆ
แต่อีกสภาพแวดล้อมหนึ่ง กลับมีสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากกว่ารออยู่
รู้สึกแย่ที่เหมือนต้องห่าง
รู้สึกยาก ที่จะทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม
มันมากกว่าคำถามที่ว่า เราจะเล่นฟอนต์ไปถึงเมื่อไร
แต่มันเป็นคำถามที่ว่า เราจะรักและอยู่กับสิ่งที่เรารักไปได้แค่ไหน
ชีวิตนึงของคนเรา มีสิ่งที่เป็น "ของรัก" มากเหลือเกิน
แทบไม่ได้เข้าเว็บฟอนต์เลย ไม่ได้สนทนากับเพื่อนๆในฟอนต์ผ่านตัวหนังสือเหมือนเคย
ด้วยเพราะ หน้าที่ ความรับผิดชอบ และความไม่เอื้ออำนวยของสถานที่
ทั้งๆที่เมื่อก่อน จับคอมพิวเตอร์เป็นไม่ได้ จะต้องรีบเข้ามาอ่านนู่นอ่านนี่ทันที
แทบจะลงแดงตาย ถ้าไม่ได้วันไหนไม่ได้เข้าฟอนต์
พอเริ่มห่างมาระยะนึง ความรู้สึกมันเปลี่ยน
จากที่เราเคยคิด เข้าใจว่า ที่นี่เป็นส่วนหนึ่งของตัวเรา
ตัวเราเองก็เป็นส่วนนึงที่นี่
แต่ความรู้สึกนี้ มันยิ่งไกล ไกลออกไป
สิ่งที่เรารัก เคยรัก และยังคงรัก
ทำไมถึงเกิดความรู้สึกแบบนี้
ในสภาพแวดล้อมหนึ่ง เราให้ความสำคัญกับของสิ่งหนึ่งมากๆ
แต่อีกสภาพแวดล้อมหนึ่ง กลับมีสิ่งที่เราให้ความสำคัญมากกว่ารออยู่
รู้สึกแย่ที่เหมือนต้องห่าง
รู้สึกยาก ที่จะทำทุกอย่างให้เหมือนเดิม
มันมากกว่าคำถามที่ว่า เราจะเล่นฟอนต์ไปถึงเมื่อไร
แต่มันเป็นคำถามที่ว่า เราจะรักและอยู่กับสิ่งที่เรารักไปได้แค่ไหน
ชีวิตนึงของคนเรา มีสิ่งที่เป็น "ของรัก" มากเหลือเกิน
Monday, 7 April 2008
แท็กซี่
การเดินทางเข้ากรุงเทพฯ สองชั่วโมง
ทำเอาผมเหนื่อย และเมื่อยล้า
ผมอยากพักผ่อน กับแอร์เย็น ความเงียบ
แต่การที่ผมต้องมานั่งฟังพี่สบถด่ารถคันอื่นๆ
พี่ครับรู้ไหมว่า ผมรำคาญมากมาย
"น้องๆ แบ๊งร้อยเกินมาใบนึง"
พี่ทำเอาผมอึ้งไปมากเลย
แท็กซี่คันนึง ที่ก็หน้าตาเหมือนแท็กซี่อีกหลายร้อยคันใน กทม
แต่แท็กซี่คันนี้ อาจจะเป็นแท็กซี่ไม่กี่คันบนโลกนี้ก็เป็นได้
ที่ผมรำคาญพี่ในใจ ผมขอโทษครับ
ครั้งต่อไปผมจะไม่รำคาญพี่แล้วครับ ผมจะช่วยพี่ด่ารถคันหน้าด้วยเอ้า!
ป.ล.ช่วงนี้กำลังปรับปรุงบ้าน ทำเรื่องเรียนต่อ เนตไม่มีเล่น ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ถ้าบ้านเสร็จแล้ว เรื่องเรียนเสร็จแล้ว คงมีเวลาทำอะไรๆ มากขึ้น
ทำเอาผมเหนื่อย และเมื่อยล้า
ผมอยากพักผ่อน กับแอร์เย็น ความเงียบ
แต่การที่ผมต้องมานั่งฟังพี่สบถด่ารถคันอื่นๆ
พี่ครับรู้ไหมว่า ผมรำคาญมากมาย
"น้องๆ แบ๊งร้อยเกินมาใบนึง"
พี่ทำเอาผมอึ้งไปมากเลย
แท็กซี่คันนึง ที่ก็หน้าตาเหมือนแท็กซี่อีกหลายร้อยคันใน กทม
แต่แท็กซี่คันนี้ อาจจะเป็นแท็กซี่ไม่กี่คันบนโลกนี้ก็เป็นได้
ที่ผมรำคาญพี่ในใจ ผมขอโทษครับ
ครั้งต่อไปผมจะไม่รำคาญพี่แล้วครับ ผมจะช่วยพี่ด่ารถคันหน้าด้วยเอ้า!
ป.ล.ช่วงนี้กำลังปรับปรุงบ้าน ทำเรื่องเรียนต่อ เนตไม่มีเล่น ไม่ค่อยมีเวลาว่าง ถ้าบ้านเสร็จแล้ว เรื่องเรียนเสร็จแล้ว คงมีเวลาทำอะไรๆ มากขึ้น
Tuesday, 25 March 2008
เมื่อวาน
ปล่อยสายตาไปกับ ภาพวิวต่างๆ ที่ฉายผ่านหน้าต่างรถ
เพลงทั้งเพราะ และไม่เพราะคลอกันไป เพลงแล้วเพลงเล่า
ริมทะเล เราหย่อนตัวลงนั่งด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
หรือเป็นน้ำหนักแห่งความคิดต่างหาก ที่ฉุดเราทรุดลงไป
ไออุ่นจากแดด ลมเย็นจากทะเล พัดผ่าน
บทสนทนาสั้นๆ ไร้สาระ เกิดขึ้นเป็นระยะ
รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ที่ได้หนีจากชีวิตประจำวันออกมา
แต่ความสุขปนเศร้าที่เป็นอยู่ มันมาไกลเกินคิดไว้
สายตาที่เพ่งมองถนน ค้นหาทางกลับบ้าน กลับดูเต็มไปด้วยความคิด
หลักกิโลที่ผ่านไป ครั้งแล้วครั้งเล่า บอกว่าเราใกล้ถึงบ้านแล้ว
กลับไม่มีใครดีใจ
มันเกิดขึ้น และมันจะเกิดขึ้น
เพราะการลาจากมันก็เป็นแบบนี้เสมอ
ความเหงาและเศร้า มันก่อตัวขึ้นภายใต้ความเงียบ...
ป.ล.เมื่อวานพี่แพะพาไปเที่ยวมา สนุกมากๆ นั่งรถกันปวดก้นเลย ออนเซนดีมากๆ อาหารอร่อย ไปสองวัน กินกันไม่เลิกเลยตลอดทริป
เพลงทั้งเพราะ และไม่เพราะคลอกันไป เพลงแล้วเพลงเล่า
ริมทะเล เราหย่อนตัวลงนั่งด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง
หรือเป็นน้ำหนักแห่งความคิดต่างหาก ที่ฉุดเราทรุดลงไป
ไออุ่นจากแดด ลมเย็นจากทะเล พัดผ่าน
บทสนทนาสั้นๆ ไร้สาระ เกิดขึ้นเป็นระยะ
รู้สึกสบาย ผ่อนคลาย ที่ได้หนีจากชีวิตประจำวันออกมา
แต่ความสุขปนเศร้าที่เป็นอยู่ มันมาไกลเกินคิดไว้
สายตาที่เพ่งมองถนน ค้นหาทางกลับบ้าน กลับดูเต็มไปด้วยความคิด
หลักกิโลที่ผ่านไป ครั้งแล้วครั้งเล่า บอกว่าเราใกล้ถึงบ้านแล้ว
กลับไม่มีใครดีใจ
มันเกิดขึ้น และมันจะเกิดขึ้น
เพราะการลาจากมันก็เป็นแบบนี้เสมอ
ความเหงาและเศร้า มันก่อตัวขึ้นภายใต้ความเงียบ...
ป.ล.เมื่อวานพี่แพะพาไปเที่ยวมา สนุกมากๆ นั่งรถกันปวดก้นเลย ออนเซนดีมากๆ อาหารอร่อย ไปสองวัน กินกันไม่เลิกเลยตลอดทริป
Friday, 21 March 2008
ONCE: Falling Slowly
Glen Hansard - Falling Slowly Lyrics
I don't know you
But I want you
All the more for that
Words fall through me
And always fool me
And I can't react
And games that never amount
To more than they're meant
Will play themselves out
Take this sinking boat and point it home
We've still got time
Raise your hopeful voice you have a choice
You've made it now
Falling slowly, eyes that know me
And I can't go back
Moods that take me and erase me
And I'm painted black
You have suffered enough
And warred with yourself
It's time that you won
Take this sinking boat and point it home
We've still got time
Raise your hopeful voice you had a choice
You've made it now
Take this sinking boat and point it home
We've still got time
Raise your hopeful voice you had a choice
You've made it now
Falling slowly sing your melody
I'll sing along
เพลงจากหนังเรื่อง ONCE
อ่านรีวิวจากบล็อก PRADT น่าดูอย่างรุนแรง
เลยแก้ขัดด้วยการไปหาเพลงมาฟังแล้วก็เจอเพลงนี้แหล่ะ
Subscribe to:
Posts (Atom)

